; ในเวลาที่เพื่อนๆมีปัญหารักหนักใจ
ก็มักจะเก็บมาเล่า มาปรึกษาหาความเห็นจากเพื่อนๆ
แต่บางครั้ง แนะนำไปแนะนำมา
เรากลับกลายเป็นหมาในสายตาเพื่อนไปซะได้
ทุกครั้งเพื่อนที่ดี(อย่างฉัน)ก็ให้คำปรึกษาไปตามแต่วาระโอกาส
แต่ในบางที คำปรึกษาของเรากลับกลายเป็นยุให้ชาวบ้านเขาเลิกกัน..ซะงั้น
ที่น่าเบื่อไม่แพ้กันก็คือ ประเภทที่มาปรึกษาเรื่องเดิม เรื่องเดียวตลอด
แนะนำไปก็กลายเป็นก้าวก่ายความเจ็บปวดทางใจ(แหวะ)
มีหน้ามาบอกว่าคนที่เจ็บเป็นตัวมันคนเดียว...
เพื่อนจะรู้ไหมว่าเพื่อนเจ็บ เราก็เจ็บด้วย
เอียนและเอือมเต็มทีกับพฤติกรรมบางอย่างของเพื่อนรัก
สงสารก็สงสาร แต่อยากสมน้ำหน้าซ้ำก็อยาก...
ขนานว่าเป็นพวกศิราณีตัวยงก็ยังอดรนทนไม่ไหว...
อยากเอาป้ายแขวนคอว่าเรื่องเก่าไม่รับปรึกษา
เพราะปรึกษาไปมาก็เข้าอีหรอบเดิม พูดเหมือนเดิมๆทุกที
พยายามจะเข้าใจว่าอาจจะแค่อยากพูด อยากระบาย
แต่ละครเรื่องเก่าฉายซ้ำ ฉายซาก วนเวียนอยู่นั้นแหละ
คนดูเขารู้ตอนจบกันหมดแล้ว...
“รักใครไม่ได้อีกแล้ว..รักทุกอย่างในตัวเขา..เลิกไม่ได้..เขาเป็นคนแรกของฉัน”ไร..ว้า..พ่อก็ไม่ใช่ ทำไมต้องเทิดทูนกันมากขนาดนั้น
คนเราแสดงออกถึงความรัก ความเจ็บปวดต่างกันเสมอ
การที่เลิกรากับความรักต่างๆนานาไปในแต่ละครั้ง
โดยที่ยังอยู่ได้ในวันต่อไป ยังสามารถรักใครๆได้อีก...
มันไม่ได้หมายความว่าไม่จริงใจกับคนที่เพิ่งเลิกราไป
พอให้คำแนะนำไปไม่ได้อย่างใจ ไม่ถูกใจ
กลายเป็นว่าเราไม่เข้าใจไปซะงั้น
“แหงสิ..แกไม่เข้าใจหรอก..แกรักใครบ้างล่ะ”
โอเค..ไม่เข้าใจ แต่ฉันก็รักแกไง...เราเป็นเพื่อนกันนี้หว่า
ความรักทำให้เราเป็นได้ในหลายๆอย่างที่เราไม่คิดว่าเราจะเป็นได้
“เมื่อความรักอาจสร้างความโง่...และทำให้ตาบอดได้โดยไม่ยากแล้วยังส่งผลให้เพื่อนๆทั้งหลายที่เคยเป็นที่ปรึกษากลายเป็นหมาได้อีกด้วยสรุปว่าควายตาบอดกับหมาอีกหนึ่งฝูงจึงเป็นเพื่อนกันด้วยประการฉะนี้แล”ถ้าใครคนหนึ่งรู้ตัวว่าเป็นควาย
หรือถ้าใครอีกคนรู้ตัวว่าเป็นหมา
ใครสองคนนั้นน่าจะเข้าใจและเป็นเพื่อนกันได้ต่อไป
อย่างสบายอกสบายใจ ในมิตรภาพ